อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
เลย
วันเปิดทำการ:
ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ:
06.00 - 18.00
ข้อมูลการติดต่อ
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
หมวดหมู่ : ดอยและภูเขา, อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว :
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ
ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึงประมาณ 60
ตารางกิโลเมตร (37,500 ไร่)
ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร
จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร
สภาพทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์
หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก
อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพองซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ด้วยความสูง บรรยากาศ
และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดภูกระดึง
โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0
องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนาที่หวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต
นักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง
ขอให้ติดต่อ สอบถาม หรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้า
ทั้งที่พักประเภทเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติและพื้นที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเองตามแผนผังจุดพักแรม
ก่อนเดินทางได้โดยตรง ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โทรศัพท์หมายเลข 0-42810-833 และหมายเลข 0-42810-834
ในเวลาราชการ (08.00 น.-16.30 น.)
ในกรณีที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาท่องเที่ยวพักแรมบนยอดเขาที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงนั้น
ให้มาติดต่อซื้อค่าบริการบุคคลก่อนเวลา 13.30 น. และในเวลา 14.00
น. ของทุกวันจะทำการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาในแต่ละวัน
ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี
เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 31 พฤษภาคม ของทุกปี
ค่าเข้าชม คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท /ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท อัตราค่าบริการ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยลด 50
เปอร์เซ็นต์ วันจันทร์-วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 1
กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2558 ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
เลย
วันเปิดทำการ:
ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ:
06.00 - 18.00
ข้อมูลการติดต่อ
Tel. 0 2562 0760
หมวดหมู่ : ดอยและภูเขา, อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว :
อุทยานแห่งชาติภูเรือ หนาวสุดในแดนสยาม
มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย
อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือ มีรูปร่างลักษณะเหมือน
เรือใหญ่บน ยอดดอยสูง เป็นภูผาสีสันสะดุดตา
หินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ
จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก
ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่า อันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร
พื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง
สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่
ขนานนามว่า “ภูเรือ”
เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่
และที่ราบบนยอดเขา มีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม
เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ
ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่
นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับ ยอดเขาสูงทั่วไป
มียอดเขาสูง ที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับ น้ำทะเล ปานกลาง
ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น
ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเกียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่
ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง
ลักษณะภูมิอากาศ
ด้วยอุทยานแห่งชาติภูเรืออยู่ที่จังหวัดเลย
ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศไทย และอยู่บน ยอดเขาสูง
จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก
จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้า จะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งมีภาษาพื้นเมืองเรียกว่า
“แม่คะนิ้ง”
ผู้ที่จะไปพักผ่อนควร เตรียมตัวให้พร้อม ที่จะผจญกับความหนาวเย็น
พรรณไม้และสัตว์ป่า
ภูเรือ มีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงาม
ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะ ยอดภูเรือ
ประกอบด้วยป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย
สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะ ที่พบ โดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน
และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน
ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน
กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ป่าภูเรือยังมีสัตว์ป่าที่ชุกชุมพอสมควร
ที่พบบ่อย เช่น หมี เก้ง กวางป่า หมูป่า หมาไน ลิง พญากระรอกดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า
และชุกชุมไปด้วยกระต่ายป่า เต่าเดือย เต่าปูลูและนกชนิดต่างๆ ที่สวยงาม อีกมากมาย
โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก
แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูเรือ
1. ผาโหล่นน้อย
2. ยอดภูเรือ
3. ผาซำทองหรือผากุหลาบขาว
4. น้ำตกห้วยไผ่
5. สวนหินพาลี
6. ถ้ำไทร
7. สวนหินพาลี
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูเรือ
1.โดยรถยนต์ส่วนตัว
อุทยานแห่งชาติภูเรือ อยู่ห่างจากจังหวัดเลย
ประมาณ 48 กิโลเมตร โดยเดินทางไปโดยทางหลวงแผ่นดิน หมาย เลข 203 ถึงอำเภอภูเรือ
จะมีป้ายอุทยานแห่งชาติอยู่ปากทางเข้าซึ่งอยู่ข้างที่ว่าการอำเภอภูเรือ
(มาจากจังหวัดเลย ป้ายจะอยู่ทางด้านขวามือ มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์
ป้ายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ) จากปากทางเข้าเดินทางต่อไปอีก ประมาณ 4 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
ถนนภายในอุทยานแห่งชาติเป็นถนนลาดยาง เป็นถนนบน ภูเขาบางช่วงมีความลาดชัน
นักท่องท่องเที่ยวควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ใช้เกียร์ต่ำ มิฉะนั้นจะทำให้เบรค
ไหม้ได้
2.โดยรถสาธารณะ
จากกรงุเทพสามารถนั่งรถทัวร์จากสถานีขนส่งหมอชิต
ซึ่งมีรถทัวร์ให้บริการหลาย บริษัท มาลงหน้าตลาดเช้า ใกล้ภูเรือ
ติดต่อเหมารถสองแถวขึ้นไปได้จากตรงนี้
ค่าเข้าชม คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท /ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท อัตราค่าบริการ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยลด 50
เปอร์เซ็นต์ วันจันทร์-วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 1
กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2558 ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
เดินทางอย่างไร
:
โดยทางอื่น
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
อยู่ห่างจากจังหวัดเลย ประมาณ 48
กิโลเมตร โดยเดินทางไปโดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 203 ถึงอำเภอภูเรือ
จะมีป้ายอุทยานแห่งชาติอยู่ปากทางเข้าซึ่งอยู่ข้างที่ว่าการอำเภอภูเรือ
(มาจากจังหวัดเลย ป้ายจะอยู่ทางด้านขวามือ มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ป้ายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ)
จากปากทางเข้าเดินทางต่อไปอีก ประมาณ 4 กิโลเมตร
ก็ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ถนนภายในอุทยานแห่งชาติเป็นถนนลาดยาง เป็นถนนบนภูเขา
บางช่วงมีความลาดชัน นักท่องท่องเที่ยวควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ใช้เกียร์ต่ำ
มิฉะนั้นจะทำให้เบรคไหม้ได้
สวนหินผางามหรือคุนหมิงเมืองเลย
เลย
วันเปิดทำการ:
ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ:
08.00 - 18.00
ข้อมูลการติดต่อ
10 ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน
จังหวัดเลย
Tel. 0 4281 2812
หมวดหมู่ : สวนและสวนสาธารณะ
รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว :
สวนหินผางามหรือ คุนหมิงเมืองเลย
แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี
พื้นที่บริเวณนี้คือที่ตั้งของ สวนหินผางาม เมืองเลย
ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน
บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน
หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก
และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี
สวนหินแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “คุนหมิงเมืองเลย”
สวนหินแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้าน ผางาม หมู่ 10 ตำบลปวนพุ กิ่งอำเภอหนองหิน
แยกจากทางหลวงสายเมืองเลยชุมแพ ช่วงระหว่างอำเภอวังสะพุงกับภูกระดึง
เข้าไปทางทิศตะวันตกตามถนนลาดยางตลอดสาย ผ่านหมู่บ้านต่างๆ ประมาณ 15 กม. จะมีป้ายบอกทางตลอดทางจนถึงบริเวณทุ่งหญ้าพื้นที่กว้างพอสมควร
มีภูเขาแท่งหินปูน ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่กระจายเป็นลูกๆ
ใหญ่บ้างเล็กบ้าง สลับกันไป บางลูกก็สามารถเดินผ่านทะลุได้ จะมีชื่อเรียกต่างๆ
กันตามลักษณะรูปร่างที่ปรากฎ เช่น หินไดโนเสาร์ หน้าผาท้อแท้ ซุ้มคารวะ ถ้ำอรทัย
เขาวงกต เจดีย์หิน กรอบรูปธรรมชาติ กำแพงเมืองจีน ประตูโขง หินมงกุฎ สวนหิน
ซุ้มนรก รูรันตู (รูตัน) มีต้นไม้นานาพันธ์ขึ้นแซม
ซึ่งพบต้นไม้หายากและต้นไม้ยักษ์อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี
จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า คุนหมิงเมืองเลย
สันนิษฐานกันว่าในอดีตเคยเป็นพื้นของท้องทะเลมาก่อน และมีอายุมากว่า 225 ล้านปี ภายในมีทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับน่าตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต
บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ
สวนหินผางาม
ในบริเวณ มีสถานีบริการนักท่องเที่ยว ที่จอดรถ
ห้องน้ำ ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
ที่สถานีบริการนักท่องเที่ยวมีบริการนำทาง และให้คำบรรยาย ค่าบริการเพียง 100 บาทต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งคณะ
มีจุดชมวิวเพื่อถ่ายภาพยอดเขา คุนหมิงเมืองเลย ไว้เป็นที่ระลึก
หลังจากนั้นเดินลงบันไดทางด้านหลังเขา ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของร้านค้า
ฝั่งตรงข้ามจะปากทางเข้าถ้ำลอด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติอีกเส้นทางหนึ่ง
ซึ่งมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง ได้แก่ อุโมงค์ลานเพลิน 7 สี
ป่าเฟิร์นที่บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย หินยาย หินตา
ซึ่งตั้งชื่อตามลักษณะที่ปรากฏอีกเช่นกัน
ตั้งอยู่ที่บ้านผางาม หมู่ 10 ตำบลปวนพุ
จากกิ่งอำเภอหนองหินเข้าไปประมาณ 18 กิโลเมตร
นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำชม
สวนหินผางามที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ค่านำชม 100 บาท สอบถามเพิ่มเติมที่
อบต.หนองหิน โทร. 081-462-1719
แก่งคุดคู้
เลย
ข้อมูลการติดต่อ
ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
หมวดหมู่ : แม่น้ำลำคลอง
รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว :
แก่งคุดคู้ ห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร
หากใครมาเที่ยวเชียงคาน มักจะไม่พลาดที่ จะ เดินทางไปยลโฉม
ความสวยงามของแก่งคุดคู้ ก่งขนาดใหญ่ แห่งหนึ่งของไทย ที่เกิดจากการทอดตัว ของ
แนวหิน ลงใน แม่น้ำโขง ประกอบด้วย หินก้อนใหญ่ ๆ เป็นจำนวนมากจากการที่หินเหล่านี้อยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน
ทำให้หินเหล่านี้มีสีสัน ไปต่าง ๆ ตัวแก่ง กว้างใหญ่เกือบจรดสองฝั่งแม่น้ำโขง
มีกระแสน้ำไหลผ่านไป เพียง ช่องแคบ ๆ ใกล้ฝั่งไทยเท่านั้นเอง
ซึ่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก
เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้ที่สุดคือ
เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง มองเห็นเกาะแก่งชัดเจน
และสามารถเดินลงไปเพื่อสัมผัสบรรยากาศ ของริมน้ำโขงได้อย่างใกล้ชิดได้
ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นหาดทรายกว้างและหิน ก้อนกลมเงาเรียงรายกันนับ ร้อยนับ พันก้อน
มีศาลาชมวิว บรรยากาศดีมาก ลมเย็นสบาย มองออกมาจากศาลา ไปทางลำน้ำ
จะเห็นโขดหินคล้ายๆ กับ สันเขื่อน ที่วางขวางลำน้ำ จุดนี้แหละที่เป็นที่มาของคำว่า
“แก่งคุดคู้”
บริเวณแก่งมีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยว
บริการเรือยนต์ล่อง บริการมีแพลากบริการนักท่องเที่ยวให้
ได้สัมผัสกับธรรมชาติริมสองฝั่งโขง
การเดินทางไปแก่งคุดคู้
จากตัวอำเภอเชียงคานนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถสายรอบเมืองไปแก่งคุดคู้ได้ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเชียงคาน
ประมาณ 3 กิโลเมตร
